Computers

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Office.com เป็นของไมโครซอฟท์แล้ว!!!

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] รายงานข่าวจากซีเน็ต บล็อกเกอร์ Long Zheng จากไมโครซอฟท์ได้โพสต์ข้อความว่า ทางบริษัทได้ซื้อโดเมนเนม office.com จากเจ้าของเดิมมาเรียบร้อยแล้ว คาดว่า ชื่อโดเมนดังกล่าวน่าจะช่วยให้ผู้ใช้นึกถึง และเข้าใช้บริการ Office บนเว็บได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องจำอะไรให้วุ่นวาย อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ปฎิเสธแผนการในการใช้โดเมนเนมนี้



"ณ.จุดนี้ คงเร็วเกินไปที่จะให้รายละอียดเกี่ยวกับแผนการใช้ www.office.com" ตัวแทนของไมโครซอฟท์กล่าวเมื่อวานนี้ ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว ทางบริษัทได้แนะนำรายละเอียดเบื้องต้นทางเทคนิคของ Office 2010 แต่จะยังไม่เปิดให้ทดลองใช้บริการบนเว็บ (web-based office) ภายในปีนี ไมโครซอฟท์กล่าวว่า Office Web Applications ที่ทำงานบนบราวเซอร์จะให้บริการฟรี โดยเป็นส่วนหนึ่งของบริการ Windows Live และนอกจากจะทำงานได้กับบราวเซอร์ Internet Explorer แล้ว มันยังจะทำงานได้บนบราวเซอร์ Safari และ Firefox ด้วย


เดิมทีชื่อโดเมน Office.com เป็นของบริษัท ContactOffice ซึ่งเป็นบริการบนเว็บ จนกระทั่งล่าสุดไมโครซอฟท์ได้ขอซื้อไป (ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขใดๆ จากทางไมโครซอฟท์สำหรับมูลค่าของโดเมนเนมนี้ แต่เข้าใจว่า ตอนนี้เจ้าของคงจะนับเงินอยู่ในธนาคารจนเหนื่อย) โดยหลังจากที่ถูกซื้อชื่อไป ที่หน้าเว็บของ Office.com มีการแจ้งให้ผู้ใช้ทราบว่า พวกเขากำลังจะย้ายไปอยู่บนโดเมน ContactOffice.com

ป้ายกำกับ: , ,

ตะลึง!!!พบบั๊กล่มการทำงาน Windows 7

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] ไมโครซอฟท์กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทกำลังตราวจสอบรายงานของข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งพบใน Windows 7 ระบบปฎิบัติการรุ่นล่าสุด อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟท์ได้โพสต์ข้อความไว้ในบล็อกเกี่ยวกับประเด็นที่พบว่า มันไม่น่าจะเกิดได้ในผู้ใช้ส่วนใหญ่ หรือไม่ก็เป็นแค่บั๊กเล็กน้อยที่ใครบางคนอยากให้มันมีขึ้นมา




ผู้ใช้ส่วนใหญ่ให้เครดิตในความเร็ว และสเถียรภาพในการทำงานของ Windows 7 (โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ Windows Vista) อย่างไรก็ตาม ข่าวคราวที่มีการพูดถึงออกมา อาจทำให้หลายคนไม่สบายใจได้ โดยเฉพาะการที่มันเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ที่พร้อมผลิต (RTM version) เพื่อวางจำหน่ายในระยะอันใกล้นี้แล้ว ซึ่งข้อมูลโดยสรุปเกี่ยวกับข้อผิดพลาดที่พบใน Windows 7 ระบุว่า เมื่อผู้ใช้สั่งรันยูทิลิตี้ CHKDSK ตามด้วย /r บนไดรฟ์ตัวที่สองที่ไม่ใช่พาร์ติชันหลักที่วินโดวส์ทำงาน เพียงแค่นี้ คุณก็สามารถล่มการทำงานของระบบปฏิบัติการได้แล้ว!!! (BSOD: Blue Screen Of Death)


อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้อาจจะไม่ประสบกับเหตุการณ์เช่นนั้นได้เสมอไป ผู้เชี่ยวชาญกล่าวหลังจากที่ได้ทำการทดลองข้อผิดพลาดดังกล่าว ไม่เพียงแต่ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับบั๊กดังกล่าวดูจะเจาะจงในสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้มากเกินไปเท่านั้น การใช้งาน CHKDSK ในลักษณะดังกล่าวยังมีโอกาสเกิดขึั้นน้อยมากอีกด้วย หรือพูดง่ายๆ บั๊กที่พบไมสามารถทำให้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์นั่นเอง รายงานล่าสุดทางด้านไมโครซอฟท์กำลังทดลองบั๊กดังกล่าว ซึ่งผูั้ใช้ก็คงจะได้รับการแพตช์ผ่านทาง Windows Update หลังจากเปิดตัว หากข้อผิดพลาดดังกล่าวมีความร้ายแรงจริง ในระหว่างนี้ ก็ไม่มีเหตุอันควรแต่อย่างใด ที่จะลองทำตามขั้นตอนข้างต้น เพื่อล่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณเอง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

* สำหรับคุณผู้อ่านที่มี Windows 7 RTM หรือเวอร์ชันก่อนหน้านี้ หากทดลองแล้วพบบั๊กดังกล่าวจริง รบกวนฝากคอมเมนต์กันเข้ามาด้วยนะครับ

ป้ายกำกับ: , , ,

จีนคุมเข้มส่ง SMS "ลามก"ติดคุก 5 วัน

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] รายงานข่าวจากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ China Daily เตือนว่า ผู้ใช้มือถือที่กำลังคิดจะส่งข้อความ"ลามก"ซึ่งผู้รับไม่ได้ต้องการในเมืองจีน โปรดคิดอีกครั้งก่อนตัดสินใจกระทำการดังกล่าว เพราะคุณอาจถูกจำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับกันเลยทีเดียว



สำหรับข้อหาในการกระทำผิดลักษณะดังกล่าวได้มีการใช้ในมลฑลเหอหนานในประเทศจีนแล้ว เพียงแค่ส่งข้อความ "ลามก" ทางมือถือไปยังผู้รับที่ไม่ต้องการเพียงข้อความเดียว อาจจะต้องเข้าไปนอนในคุก หรือถูกกักบริเวณเป็นเวลา 5 วัน และหากมีการส่งถึง 3 ข้อความ นอกจากโทษจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าคือ จำคุกเป็นเวลา 10 วันแล้ว ยังต้องเสียค่าปรับอีก 500 หยวน (ประมาณ 2,700 บาท)


สาเหตุทีทำให้ทางสำนักงานกฎหมายประจำมลฑลต้องจัดทำประกาศใหม่ฉบับนี้ออกมาก็เนื่องจากพบปัญหาการส่งข้อความที่ผู้รับไม่ต้องการ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสมทางมือถือเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเนื้อหาของข้อบังคับระบุว่า การส่งข้อความลามก หยาบคาย หรือข่มขู่ที่ส่งผลทำให้ชีวิตของผู้ได้รับข้อความไม่ปกติสุขจะต้องได้รับโทษจำคุก 5 วัน หรือเสียค่าปรับ 500 หยวน ในกรณีส่งข้อความก่อกวนมากกว่า 3 ข้อความขึ้นไปจะต้องโทษจำคุก 10 วัน และต้องจ่ายค่าปรับอีก 500 หยวนด้วย

ความจริงเหอหนานไม่ได้เป็นมลฑลแรกทีให้จำคุกสำหรับการส่ง sms ทีไม่เหมาะสม เนื่องจากเมื่อต้นปี มลฑลเหลียวหนิงได้ผ่านข้อบังคับในลักษณะดังกล่าวไปแล้ว โดยอ้างว่า การส่งข้อความลามกเป็นการกระทำในลักษณะลวนลามทางเพศอย่างหนึ่ง แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับข่าวนี้?

ป้ายกำกับ: , ,

บ.วิจัยชี้ IE 8 ปลอดภัยกว่า Firefox 3?

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] รายงานข่าวที่อาจจะชวนประหลาดใจสำหรับใครบางคนได้รับการเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเว็บไซต์ ghacks.net ระบุว่า ผลการทดสอบความสามารถในการป้องกันการโจมตีของมัลแวร์ของบราวเซอร์ Internet Explorer 8 (IE8) มีความปลอดภัยสูงสุด โดยสูงกว่าบราวเซอร์ทุกตัวไม่ว่าจะเป็น Firefox 3, Opera 10, Chrome 2 และ Safari 4



สำหรับงานวิจัยชิ้นนี้จัดทำขึ้นโดย NSS labs ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากไมโครซอฟท์ (???) โดยจะเป็นการทดสอบความสามารถของบราวเซอร์ต่างๆ ในการตรวจจับการโจมตีของมัลแวร์ที่ใช้เทคนิค Socially Engineering ที่ผู้ไม่หวังดีจะใช้วิธีการสร้างลิงค์พาเหยื่อไปยังเว็บไซต์อันตราย เพื่อให้ดาวน์โหลดโทรจัน มัลแวร์ต่างๆ โดยหลอกว่าเป็นแอพพลิเคชันใช้งานอย่างเช่น video codecs เป็นต้น

ในการทดสอบจะใช้สภาพแวดล้อมของการใช้งานจริงเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผลปรากฎว่า IE8 สามารถจับมัลแวร์ได้มากถึง 81% ในขณะที่ Firefox 3 (ใช้ Google SafeBrowsing API) จับได้ 27% ตามติดด้วย Safari 4 ที่จับได้ 21% ส่วน Google Chrome ได้แค 7% และ Opera ได้แค่ 1% เท่านั้น

เว็บบราวเซอร์ส่วนใหญ่ใช้บริการออนไลน์ที่มีชื่อเสียงช่วยในการวินิจฉัย URL ว่าเป็นไซต์อันตราย หรือไม่? อย่างไรก็ตามทาง NSS Labs กล่าวว่า "การใช้ระบบทีมีชื่อเสียงช่วยตรวจบราวเซอร์ในการต่อสู้กับมัลแวร์ประภทนี้ (Socially Enginnered malware) ถือว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในปัจจุบัน แต่ก็ใช่ว่า ผู้พัฒนาบราวเซอร์ทุกรายทีใช้ประโยชน์จากกลไกนี้จะสามารถทำให้ได้ผลลัพธ์ในการตรวจจับที่เหมือนกัน(เก่งเท่ากัน)"

ป้ายกำกับ: ,

แฮคเกอร์ใช้"ทวิตเตอร์"สั่งการบ็อตเน็ต

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] ดูเหมือนข่าวร้ายของทวิตเตอร์ (twitter) จะยังไม่จบ เพราะหลังจากที่เพิ่งประสบปัญหาโดนโจมตีด้วยเทคนิค DDoS จนเดี้ยงไปกว่าสามชั่วโมง ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อคเล็กๆ ล่าสุดบริษัทไซแมนเทค (Symantec) ได้ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า พบ"บ็อตเน็ต"ที่ใช้ทวิตเตอร์เป็นคำสั่งในการควบคุมการกระจายมัลแวร์ที่มีชื่อว่า Downloader.Sninfs



ในส่วนของรายละเอียดการทำงาน แฮคเกอร์จะสร้างบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ขึ้นมา เพื่อใช้ส่งคำสั่งควบคุมเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นบ็อตเน็ต (ส่วนใหญ่อยู่ในบราซิล) หลายร้อยเครื่องให้แพร่กระจายมัลแวร์ออกไป โดยมัลแวร์ดังกล่าวจะเปิดช่องทางให้แฮคเกอร์สามารถเข้าไปขโมยพาสเวิร์ดได้ ซึ่งในกรณีที่พบ มันจะใช้เทคนิคฟิชชิ่ง เพื่อหลอกผู้ใช้เข้าไปยังเว็บไซต์ปลอมของธนาคารในบราซิล


แม้ว่ามัลแวร์จะเลือกใช้ Twitter เป็นเป้าหมายในครั้งนี้ แต่ Peter Coogan นักวิเคราะห์ในไซแมนเทคระบุว่า เทคนิคการแพร่กระจายในลักษณะนี้สามารถนำไปใช้กับเว็บไซต์อื่นๆ ได้ด้วย สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าทีเป็นบ็อตเน็ตจะติดตามบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ทีมีชื่อว่า "Upd4t3" เพื่อรับคำสั่งในการแพร่กระจายมัลแวร์ผ่านบริการ RSS ของทวิตเตอร์

ป้ายกำกับ: , ,

RockMelt บราวเซอร์ใหม่กำลังจะมา!!!

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า มาร์ค แอนดรีสเสน (Marc Andreessen) ผู้พัฒนาบราวเซอร์ชื่อดังอย่าง Netscape เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ขอกลับมาทวงบรรลังก์อีกครั้งด้วยการประกาศว่า ขณะนี้ตนและทีมงานกำลังอยู่ในระหว่างพัฒนาบราวเซอร์ตัวใหม่ชื่อว่า Rockmelt เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก



ผู้ใช้เว็บช่วง 15 ปีก่อนคงไม่มีใครไม่รู้จัก Netscape บราวเซอร์ยอดนิยมในสมัยนั้น ก่อนที่จะจางหายไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเกมการตลาดเหล้าพ่วงเบียร์ อ๊ะไม่ใช่สิ ต้องเป็นโอเอสพ่วงบราวเซอร์ของไมโครซอฟท์ ซึ่งถือเป็นปฐมบทของสงครามบราวเซอร์ที่ยังคงมีภาคต่อมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันที่มีบราวเซอร์ให้เลือกใช้มากมาย แต่ดูเหมือนแอนดรีสเสนมองว่า บราวเซอร์ที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ และน่าจะยังไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับผู้ใช้



แอนดรีสเสนต้องการที่จะกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้ง ดังนั้นเขาจึงกลับมาพร้อมกับเริ่มต้นใหม่อีกครั้งด้วยการสนับสนุนบริษัทเล็กๆ ทีมีชื่อว่า RockMelt ร่วมกับพนักงานที่เคยทำงานร่วมกันมาก่อน โดยเป้าหมายคือ พัฒนาอินเทอร์เน็ตบราวเซอร์ตัวใหม่ "เราได้ให้การสนับสนุนทีมพัฒนาที่ดีจริงๆ" แอนดรีสเสน กล่าว พร้อมทั้งให้รายละเอียดอีกว่า บราวเซอร์ตัวใหม่ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนานี้จะแตกต่างจากทั่วไป เนื่องจากบราวเซอร์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ยังคงอยู่ที่เดิม ไม่ได้เปลี่ยนตัวเองไปตามวิวัฒนาการของเว็บที่เติบโตจากกลุ่มหน้าเว็บนิ่งๆ ไปสู่เครือข่ายของแอพพลิเคชันบนเว็บไซต์ที่มีความซับซ้อน "ทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นทำให้คุณต้องสร้างสิ่งที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะเมื่อเริ่มต้นพัฒนาบราวเซอร์จากศุนย์" แอนดรีสเสนกล่าว


RockMelt ก่อตั้งโดย Eric Vishiria และ Time Howes ทั้งคู่เคยเป็นผู้บริหารของ Opsware บริษัทที่แอนดรีสเสน ร่วมก่อตั้ง และขายให้กับ HP ในปี 2007 ด้วยวงเงินสูงถึง 1.6 ล้านเหรียญฯ โดย Howes ยังเคยร่วมงานกับแอนดรีสเสนตั้งแต่ยุค Netscape อีกด้วย งานนี้คงต้องดูกันว่า RockMelt จะหลอมผู้ใช้ทั่วโลกให้หันมาใช้บราวเซอร์ตัวใหม่นี้ได้เป็นผลสำเร็จ หรือไม่?

ป้ายกำกับ: , ,

"บลูเอิร์ธ"มือถือรักษ์โลกพลังแสงอาทิตย์

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] คุณผู้อ่านยังจำมือถือรักษ์โลกของซัมซุงรุ่น GT-S7550 Blue Earth กันได้ หรือเปล่าครับ? ก็เจ้ามือถือหน้าจอระบบสัมผัสที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล PCM (พลาสติกที่ทำขวดดื่มน้ำนั่นล่ะ) และทำงานด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ไง ล่าสุด มันกำลังจะเข้าสู่ขบวนการผลิตออกมาวางจำหน่ายแล้ว




นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้มีการประกาศชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งติดตั้ง TouchWiz 3.0 เข้าไปในมือถือรุ่นนี้ นั่นแสดงว่า Blue Earth เป็นผลิตภัณฑ์ที่จะมีการผลิตออกมาจริง และสามารถใช้งานได้จริง ไม่ได้เป็นแค่ mock up ทำโชว์ หรือพรีเซนเทชั่นสวยงามเท่านั้น โดยเฉพาะแผงโซล่าเซลล์ที่อยู่ด้านหลังเครื่องที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับมือถือได้ Mail.ru บล็อกในรัสเซีย ได้มีโอกาสสัมผัสเครื่องต้นแบบก่อนผลิตจริง พร้อมทั้งได้ถ่ายทำคลิปเอาไว้ด้วย โดยคาดว่าจะเปิดตัวช่วงปลายปีนี้


Blue Earth S7550 มือถือรักษ์โลกที่ซัมซุงอ้างว่า แม้กระทั่งฮาร์ดแวร์ทีใช้ในการผลิตยังไม่มีการใช้สารทีเป็นอันตรายอย่าง Brominated Flam Retardants, Beryllium และ Phthalate ในขณะที่ชาร์จเจอร์ก็ปลอดจากสารเคมีเหล่านี้ด้วย แถมยังติดอันดับห้าดาวของ Energy Star อีกต่างหาก เนื่องจากในขณะทีสแตนด์บายมันใช้พลังงานไฟฟ้าแค่ 0.3 วัตต์เท่านั้น นอกจากนีั้ ซอฟต์แวร์ของมือถือยังสนับสนุนการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของโลกอีกด้วย โดยมาพร้อมกับ Pedometer ที่แสดงให้เจ้าของเครื่องทราบได้ว่า เขาช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่าได้มากเท่าใดเมื่อใช้การเดินแทนการขับรถ มันอาจจะมีความสามารถเทียบเท่าสมาร์ทโฟนเจ๋งๆ ไม่ได้ แต่ S7550 เป็นมือถือทางเลือกอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ป้ายกำกับ: ,

เน็ตบุ๊กใช้งานได้นาน 12 ชม.มาแล้ว!!!

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] รายงานข่าวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่เช้านี้เป็นเน็ตบุ๊กจาก LG ซึ่งนับเป็นรุ่นที่สามในซีรียส์ XNote ที่ทางบริษัทได้ปล่อยออกมา ลังจากทำตลาดไปก่อนหน้านี้ด้วยรุ่น LG X110 และ X120 สำหรับ LG X130 ไม่ได้มีรูปลักษณ์แตกต่างจากสองรุ่นแรกมากนัก ยกเว้นความสามารถในการใช้งานที่ยาวนานขึ้นเป็นพิเศษถึง 12 ชั่วโมงด้วยดีไซน์ที่ทำให้สามารถใส่แบตเตอรี่ได้มากถึง 9 เซลล์




ในส่วนของสเป็กภายในของเน็ตบุ๊ก LG X130 ประกอบด้วยซีพียู Intel Atom 1.66GHz N270 หน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1024 x 600 พิกเซล หน่วยความจำ 1GB ฮาร์ดดิสก์ 160GB เชื่อมต่อไร้สาย WiFi 802.11 b/g/n และ Bluetooth 2.0 ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows XP Home Edtion


แม้จะสามารถให้เวลาในการใช้งานได้นานถึง 12 ชั่วโมง แต่ด้วยความที่มันใช้แบตเตอรี่ 9 เซลล์ ทำให้น้ำหนักของตัวเครื่องมากกว่ารุ่นก่อนๆ โดยจะอยู่ที่ 3.2 ปอนด์ หรือประมาณ 1.46 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม น้ำหนักขนาดนี้จะเทียบเท่าได้กับโน้ตบุ๊กรุ่นบางเบาที่วางขายในปัจจุบัน สำหรับสนนราคา X130 อยู่ที่ 789,000 วอน (ประมาณ 23,000 บาท)

ป้ายกำกับ: ,